มีความเป็นมาจากวีรกรรมของนักเรียนไทยที่เข้าร่วมการฝึกเพื่อเป็นยุวชนทหาร ทำหน้าที่ร่วมกับทหารกองประจำการ ตำรวจและประชาชน ทำการสู้รบ ต่อต้านทหารญี่ปุ่น ซึ่งยกพลขึ้นบกตามจังหวัดชายทะเลของไทย เมื่อ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ ( สงครามโลกครั้งที่ ๒ ) ซึ่งต่อมาได้พัฒนาและเรียกชื่อใหม่เป็นนักศึกษาวิชาทหาร ในปัจจุบัน เริ่มก่อตั้ง พ.ศ.๒๔๗๗ โดยนำนักเรียนและนักศึกษามาทำการฝึกวิชาทหาร เป็นการจัดตั้งฟื้นฟูกองกำลังกึ่งทหารขึ้น โดยกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยรับผิดชอบ ซึ่งต่อมาได้ขยายไปใน
ส่วนภูมิภาคด้วย และแบ่งยุวชนทหารเป็น เหล่าทหารราบ, เหล่าทหารม้า, เหล่าทหารปืนใหญ่, เหล่าทหารช่าง, เหล่าทหารสื่อสาร ซึ่งต่อมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๘ ยุวชนทหารถูกยุบเลิกไป ด้วยเหตุผลทางการเมืองว่า เป็นลัทธิการเมืองแบบฟาสซีสม์เผด็จการ ยุวชนทหารจึงเป็นกำลังกึ่งทหารที่ในอดีตได้แสดงความกล้าหาญและเสียสละ เพื่อประเทศชาติมาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ยุวชนทหาร คือ กำลังกึ่งทหารที่มีประโยชน์อย่างมาก
การฝึกยุวชนทหารในปัจจุบัน มีความแตกต่างจากอดีตมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ยุวชนและเยาวชนได้รับการเสริมสร้างระเบียบวินัย ความรัก ความสามัคคี อุดมการณ์ความรักชาติ พัฒนาบุคลิกภาพ ลักษณะท่าทางท่วงทีวาจาพัฒนาสุขภาพกายและใจ พร้อมที่จะเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ( นศท. ) ต่อไป นอกจากนี้ยังเสริมสร้างเยาวชนให้สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ เนื่องจากมีการให้รุ่นพี่ได้ปกครองรุ่นน้อง ตามระบบอาวุโส
หลักสูตรการฝึกยุวชนทหารในปัจจุบัน ผู้เข้ารับการฝึกเป็นนักเรียนระดับชั้นประถม ฯ
( ป.๔ – ป.๖ ) และมัธยม ฯ ( ม.๑ – ม.๓ ) โดยหลักสูตรยุวชนทหาร (ประถมฯ) ฝึกภาคที่ตั้ง ๒๐ ชั่วโมง
ฝึกภาคสนาม ๒ วัน ๑ คืน (๓๖ ชั่วโมง) รวม ๕๖ ชั่วโมง หลักสูตรยุวชนทหารของ ( มัธยม ) ฝึกภาคที่ตั้ง ๔๐ ชั่วโมง และฝึกภาคสนาม ๓ วัน ๒ คืน (๖๐ ชั่วโมง) รวม ๑๐๐ ชั่วโมง |