สงครามบ้านร่มเกล้า
สงครามบ้านร่มเกล้าเกิดจากกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก อันเนื่องมาจากปัญหาเส้นเขตแดนที่อ้างสนธิสัญญาคนละฉบับ
ลาวได้ส่งกำลังทหารเข้ามายึดพื้นที่ส่วนที่เป็นปัญหา ไทยส่งกำลังทหารเข้าผลักดัน เกิดการปะทะกันด้วยกำลังทหารของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างหนักหน่วงในช่วงเดือนธันวาคม 2530 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2531 มีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2531
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปลายของยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ทั้งนี้โดยมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 15 ปี มีผู้ใช้เรื่องนี้กล่าวหาพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในทางดูถูกดูแคลน
ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ผมเชื่อว่าสงครามร่มเกล้าครั้งนั้นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นมหาโยธิน
ความจริง ถ้าคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีนี้จะต้องดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแช่คมหอกคมดาบและผ่านพิธีโองการแช่งน้ำ ในอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งก็คือการดื่มน้ำถวายสัตย์สาบานต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดแก่นายทหารและข้าแผ่นดิน ข้อกล่าวหาทั้งหลายก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว
แต่หลายปีมานี้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธก็ดี กองทัพไทยก็ดี ต่างไม่ปริปากพูดถึงเรื่องนี้ ยอมกลืนเลือดข่มกล้ำความเจ็บช้ำน้ำใจที่อาจจะมีอยู่บ้างไว้ ผมเชื่อว่า เหตุผลหนึ่งก็เพื่อไม่ต้องการให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ทำให้นักฉวยโอกาสเหยียบย่ำซ้ำเติมมาโดยตลอด
สงครามบ้านร่มเกล้าไม่น่าจะเป็นเพียงไทยรบกับลาว หากแต่มีเวียดนามยืนอยู่เบื้องหลัง เป็นจุดล่อแหลมครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
ความลับที่ไม่เคยเปิดเผยคือไทยได้รับความช่วยเหลือจากจีนในครั้งนั้นด้วย !
ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ของบ้านร่มเกล้าเสียก่อน
ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2451 กำหนดให้ลำน้ำเหืองเป็นเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส แต่ปีถัดมาพนักงานสำรวจทำแผนที่พบว่ามีน้ำเหือง 2 สาย ฝรั่งเศสตัดสินเอาเองโดยไม่ได้แจ้งให้กรุงเทพฯทราบ เลือกสายน้ำที่ทำให้ตนได้ดินแดนมากขึ้นหน่อย ลาวรับช่วงถือเขตแดนนี้
แต่ลำน้ำเหือง 2 สายนั้นไม่ตรงกับแนวลำน้ำในปัจจุบันที่ปรากฏในแผนที่สหรัฐทำให้รัฐบาลไทยช่วงสงครามเวียดนาม ลำน้ำในปัจจุบันเรียกว่าเหืองป่าหมัน ไม่ใช่ชื่อที่เคยปรากฏในเอกสารใด ๆ เมื่อพ.ศ. 2450 - 2451
เขตแดนตรงนั้นไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งปี 2530 ลาวอ้างว่าบริเวณบ้านร่มเกล้าเป็นของลาว เนื่องจากแผนที่คนละฉบับกับไทย ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการสำรวจเมื่อปี 2450
ช่วงปี 2510 - 2520 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เคลื่อนไหวรุนแรงที่จะยึดอำนาจรัฐ พื้นที่ติดต่อเขตลาวในเขตนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่าม้ง ถูกใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนและปฏิบัติการ เพราะสามารถข้ามลำน้ำเหืองเข้ามาในเขตไทยได้ง่าย และบริเวณพื้นที่นี้กลายเป็นยุทธบริเวณอันสำคัญระหว่างทหารกับพคท.
ชาวม้ง ซึ่งเป็นแนวร่วมสำคัญของพคท. ถูกปราบปรามอย่างหนัก หนีข้ามลำน้ำเหืองเข้าไปในเขตลาว
ช่วงปี 2525 สถานการณ์ในอินโดจีนเปลี่ยนแปลง ประกอบกับนโยบาย 66/2523 ของรัฐบาลไทยคือใช้ยุทธศาสตร์ การเมืองนำทหาร ทำให้ชาวม้งตัดสินใจกลับเข้ามาตามโครงการเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กองทัพภาคที่ 3 ได้ตัดถนนสายยุทธศาสตร์และแนวชายแดนจากอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ขึ้นไปสิ้นสุดที่บ้านร่มเกล้า
กลายเป็นเขตสัมปทานป่าไม้ มีการจัดตั้งชุดทหารพรานคุ้มครองที่ 3405 ขึ้น
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา !
วันที่ 31 พฤษภาคม 2530 ทหารลาวยกกำลังเข้ามาในพื้นที่ซึ่งฝ่ายไทยอ้างว่าอยู่ในเขตอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ทำลายรถแทรกเตอร์ของบริษัทป่าไม้เอกชนเสียหาย 3 คัน มีผู้เสียชีวิต 1 คน หายสาบสูญ 1 คน ทหารพรานชุด 3405 เข้าปะทะกับทหารลาว
วันที่ 1 มิถุนายน 2530 ทหารลาวเข้าโจมตีม้งที่บ้านร่มเกล้า โดยอ้างว่าเป็นการกวาดล้างม้งที่เคลื่อนไหวต่อต้านทางการลาว และมีทหารลาวอีกชุดหนึ่งยกกำลังข้ามพรมแดนเข้ามาที่เขตบ้านนาผักก้าม และบ้านนากอก อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ยิงราษฎรไทยตาย 1 คน จับกุมตัวไป 6 คน หนีรอดมา 1 คน โดยกล่าวหาว่าราษฎรเหล่านั้นลักลอบเข้าไปตัดไม้ในลาว
ฯลฯ
ขณะนั้นสหรัฐเผ่นออกไปจากเอเชียแล้ว ทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากไว้ในเวียดนาม ทางอีสานใต้มาถึงตะวันออกกองพลใหญ่ของเวียดนามจ่อคอหอยอยู่ ทางอีสานเหนือภายใต้ชื่อทหารลาว แต่ความจริงน่าจะเป็นกองกำลังผสมของหลายชาติ โดยมีชาติมหาอำนาจยืนทะมึนอยู่ข้างหลัง ทั้งได้ใช้เทคโนโลยีสูงยิ่งในการบัญชาการ
ยามนั้นกองทัพไทยปกป้องเอกราชอธิปไตยจนแม้กระสุนปืนใหญ่ก็ไม่เหลือ ที่ระดมมาจากมิตรประเทศในอาเชียนก็หมดสิ้น
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธสั่งการให้อดีตทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ พ.อ.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ร่วมกับ คณะทำงานลับ คนหนึ่ง และทีมงานของเขา ติดต่อประสานงานกับกองทัพจีน
นำไปสู่กระบวนการ วิธีการพิเศษ ลำเลียงทั้งปืนใหญ่และกระสุนจากจีนมาใช้ !
ปืนใหญ่และกระสุนปืนใหญ่ชุดนั้นมีความหมาย 2 นัย นัยแรกตรงไปตรงมา คือเป็นยุทโธปกรณ์เสริมและทดแทน นัยที่สองที่อาจจะสำคัญกว่าก็คือเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของ สาส์น ที่ต้องการ สื่อ ต่อฝ่ายตรงกันข้าม
ลักษณะกระสุนชนิดใหม่ที่ถูกยิงออกไปทำให้เกิดความเข้าใจว่าศึกครั้งนี้ไทยไม่ได้รบโดยโดดเดี่ยวแล้ว จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการเจรจา และถอนทหารออกจากแนวรบ
อาจกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะโดยไม่ต้องรบ
แน่นอนว่าวิถีทางในการรักษาเอกราชอธิปไตยของชาตินับแต่ประวัติศาสตร์มา คือ วิถีทางการทูต และวิถีทางการทหาร ต้องใช้วิธีทั้งสองตามสถานการณ์ และอย่างพลิกแพลง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ใช้แต่ทางใดทางหนึ่ง คำพูดที่ว่า สู้ตาย เป็นเรื่องเหลวไหลที่นักการทหารชั้นยอดจะไม่ยอมใช้ เพราะเขาใช้แต่คำว่าสู้เพื่อชนะ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์
เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของไทยคือการรักษาเอกราชอธิปไตยของไทยโดยไม่ให้บอบช้ำต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
หลังจากเหตุการณ์ร่มเกล้าแล้ว ความจริงคนไทยควรจะได้รู้ว่าใครคือมิตรแท้ แต่การนำความจริงมาเปิดเผยในบางสถานการณ์ย่อมไม่เป็นผลดี เช่น สมมติว่าในช่วงนั้นประกาศให้รู้ทั่วกันว่าไทยไม่ได้รบกับลาวประเทศเดียว ก็เสมือนเท่ากับประกาศสงครามกับเวียดนามและสหภาพโซเวียตโดยตรง มีหรือที่ศึกจะไม่ใหญ่ขึ้น และถ้าเป็นเช่นนั้นใครจะรับผิดชอบต่อเอกราชอธิปไตยของชาติ
เมื่อตอบคำถามนี้ก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องกล่าวว่า เป็นโชคดีของประเทศไทยที่พคท.กับเวียดนามและลาวเข้ากันไม่ได้ ขณะเดียวกันจีนก็หันมาสัมพันธ์กับไทยในลักษณะรัฐต่อรัฐ มากกว่าพรรคต่อพรรค
นี่เป็นผลส่วนหนึ่งจากที่การที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธเดินทางไปเจรจาความเมืองกับเติ้งเสี่ยวผิงในขณะนั้น !
พายัพ วนาสุวรรณ 5 พ.ย. 46
จำนวนคนอ่าน 19208 คน จำนวนคนโหวต 33 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 30 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
9 %
คำถามนี้ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลเสริมหรือเพิ่มเติม ขอเชิญร่วมตอบคำถามนี้ด้วย
คำตอบเสริมจากผู้อ่าน
คำตอบเสริม 1
พ้มรักลุงจิ๋วคร้าบ
เจ้าของหงษ์ 5 พ.ย. 46
คำตอบเสริม 2
โอ้ เพิ่งได้รู้ความจริงนะเนี่ย งี้ต้องมองบิ๊กจิ๋วใหม่ซะแล้ว
เฮ้ 5 พ.ย. 46
คำตอบเสริม 3
เพิ่งรู้ว่าจิ๋วก็เก่งแฮะ ยังกะสามก๊กเลย ไปขอกำลังซุนกวนช่วยยันโจโฉ มิหน้าถึงเรียกจิ๋วว่าขงเบ้ง
รองผู้จัดการ 5 พ.ย. 46
คำตอบเสริม 4
เพิ่งรู้เหมือนกันว่าลุงจิ๋วเก่ง
รู้สึกดีกับจีนมากเลย 5 พ.ย. 46
คำตอบเสริม 5
คนที่ช่วยให้ไทยไม่ถูกเวียดนามบุก โดยขอร้องให้จีนทำสงครามสั่งสอนเวียดนามดึงกำลังไปยันชายแดนจีนแทนบุกไทย ริเริ่มนโยบาย 66/23 เอาชนะคอม คือเขาผู้นี้ลุงจิ๋ว สู้สงครามค่าเงินทำให้ปัญหาสงครามเศรษฐกิจเป็นสงครามของภูมิภาคไม่ใช่ไทยกับอเมริกา สร้างพันธมิตรสู้จนอเมริกาแพ้สงครามค่าเงินแก่จีนในที่สุดนี่ก็ฝีมือลุงอีกเหมือนกัน คาดว่าการปราบปรามยาเสพติดก็น่าจะเป็นฝีมือลุงอีกเช่นกัน ผมว่าลุงน่าจะเป็นสุมาอี้เสียมากกว่าขงเบ้ง
สุมาอี้ 5 พ.ย. 46
คำตอบเสริม 6
คนที่เป็นต้นคิดในการดึงจีนทำสงครามสั่งสอนและเอาชนะคอมคือลุงจิ๋วครับ ?
ความจริงอเมริกาแกล้งแพ้สงครามเวียดนาม ? (ตามความคิดของผมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนการเจ็ดขั้นเพื่อส่งผลให้อเมริกาขึ้นเป็นจ้าวโลก ?)
แผนการเจ็ดขั้นเพื่อส่งผลให้อเมริกาขึ้นเป็นจ้าวโลก ?
1.อาศัยสถานการณ์การบีบบังคับให้ญี่ปุ่นโจมตีเพิลฮาเบอร์ตามแผนการของตนเพื่อดึงอำนาจจากประชาชนเสนับสนุนอเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้วอาศัยสถานการณ์ของสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งยังไงอเมริกาก็ชนะเพราะประเทศพื้นดินแมไม่ประสบภัยของการสู้รบ เมื่อชนะสงคราก็ดำเนินการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากประเทศมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคม เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ศูนย์กลางระบบ (ระบบพึ่งพา) 2.สถาปนาแนวกันชนเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกประเทศให้กับ USA ในฝั่งแอตแลนติก(แยกเยอรมันตั้งนาโต้) ฝั่งแปซิฟิก (แบ่งเกาหลี คงกองกำลัง ยุไต้หวันกับจีน) 3.จัดตั้ง UN เพื่อจัดแบ่งขั้วอำนาจในค่ายสังคมนิยมและเสรีนิยม เพื่อให้ประเทศเกิดใหม่ซึ่งหลุดพ้นจากประเทศอาณานิคมมาเกาะระบบพึ่งพาในทั้งสองขั้ว จนกระทั่งก่อให้เกิดสงครามเย็น 4.สร้างฐานที่มั่นเพื่อให้ตนเองสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยสามารถดูดซับเอาทรัพยากรในภูมิภาคละตินอเมริกามาเป็นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความั่นคงทางเศรษฐกิจ 5.แยกสลายความเข้มแข็งของขั้วสังคมนิยมด้วยสงครามเวียดนาม จนรัสเซียแตกสลาย(สิ้นสุดสงครามเย็น) 6.ทำลายโอกาสของคู่แข่งในการขึ้นมาเป็นมหาอำนาจที่มีอำนาจต่อรองทัดเทียมกับอเมริกา โดยดำรงไว้ซึ่งการเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก เพื่อให้สามารถรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบให้คงอยู่เพื่อเอาเปรียบตลอดไป ใช่สงครามทางทหารและเศรษฐกิจ โจมตีค่าเงินอียู และฐานการค้าการลงทุนของอียูและญี่ปุนในเอเชียแล้วพยายามสร้างวิกฤติเศรษฐกิจกระทบรอบสองโจมตีค่าเงินหยวนแต่อเมริกาพ่ายแพ้สงครามค่าเงินแก่จีน 7.ดึงอำนาจจากประชาชนอเมริกาเพื่อได้อำนาจในกาเข้าไปใช้ข้ออ้างในการใช้กำลังทำสงครามกับผู้ก่อการ้าย วัตถุประสงค์แฝงเล้นคือความอิสระในการแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้าหมายได้อย่างอิสระเสรีไร้การควบคุม (อาศัยสถานการณื 11 ก.ย.)
5. ทำการแยกสลายความเข้มแข็งของขั้วสังคมนิยมด้วยสงครามเวียดนาม จนรัสเซียแตกสลาย(สิ้นสุดสงครามเย็น) แผนขั้นต่อไปต้องทำให้ขั้วอำนาจสังคมนิยมต้องเกิดความขัดแย้งระหว่างกันเพื่อให้เกิดความอ่อนแอและล้มลง โดยวางแผนใช้สงครามเวียดนามเป็นชนวนของความแตกแยกในครั้งนี้ แม้ว่าจีนกับรัสเซียจะมีความแตกแยกทางความคิดและอุดมการณ์ก็ตามแต่ก็ยังพูดจาในเรื่องผลประโยชน์กันรู้เรื่อง โดยต่างฝ่ายก็แบ่งเขตอิทธิพลระหว่างกัน รัสเซียขยายอิทธิพลเข้าไปในอาฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป จีนขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การใช้สงครามเวียดนามส่งผลทำให้จีนรัสเซียในช่วงแรกร่วมมือกันทำสงครามกับอเมริกาเพื่อขับไล่ออกไปจากเวียดนาม แต่หลังจากการเมืองอเมริกาแทรกแซงทางด้านการทหารหลังจากกำจัด JFK ซึ่งขัดขวางสงครามเวียดนามซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยกภายในขั้วสังคมนิยม โดยการเมือง(ประธานาธิบดี)ดึงอำนาจในการกำหนดแฟ้มเป้าหมายในการโจมตีต่อเส้นทางลำเลียงที่สำคัญ การใช้ทหารไม่ชำนาญการรบ การตั้งฐานทัพในลักษณะเดียวกันกับค่ายเดียนเบียนฟูของฝรั่งเศสซึ่งเวียดนามสามารถเอาชนะได้ในที่สุด อเมริกาต้องการแพ้ในครั้งนี้ส่งผลทำให้รัสเซียซึ่งส่งผ่านอำนาจมาทางเวียดนามไม่ยอมถอยออกไปจากพื้นที่อิทธิพลที่ได้แบ่งเขตกับจีน หลังเวียดนามแตก เขมรแตก จีนกับรัสเซียขัแย้งกันอย่างรุนแรงในเรื่องของผลประโยชน์จนเกิดสงครามที่จีนสั่งสอนเวียดนามเพื่อเป็นการกำจัดอิทธิพลของรัสเซียที่ส่งผ่านมาทางเวียดนาม เพื่อเข้ามาแย่งในเขตอิทธิพลของจีน รัสเซียหลังมีชัยชนะเหนืออเมริกาในสงครามเวียดนาม เกิดขัดแย้งกับจีน และมุ่งขยายอำนาจไปในเขตอิทธิพลของตนในอาฟกานิสถานจนต้องพ่ายแพ้ ขยายอิทธิพลในยุโรปก็ติดนาโต้ เกิดการรวมประเทศเยอรมัน ส่งผลให้สุดท้าย รัสเซียถูกปิดล้อม แล้วเจอพิษสงค์ของสงครามเศรษฐกิจจนกระทั่งล้มลง สงครามเย็นสิ้นสุด
ไทยถูกดึงเป็นฐานทัพทำสงครามเวียดนามต่อต้านคอม หลังอเมริกาแกล้งแพ้สงครามเวียดนาม ไทยขอร้องจีนทำสงครามสั่งสอนเวียดนาม จีนสามารถกำจัดอิทธิพลรัสเซียในเวียดนาม ไทยไม่มีภัยคุกคามด้านตะวันออก เพราะเวียดนามต้องเคลื่อนพลไปยันชายแดนจีนแทน อเมริกาทำให้ขั้วสังคมนิยมขัดแย้งกันเองจนอ่อนแอ ไทยใช้เหตุการณ์ 14 และ 6 ต.ค. แยกขั้วฝ่ายซ้ายและขวาอย่างชัดเจน ต่อรองจีนเลิกสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แลกเปลี่ยนการรับอาวุธและการสนับสนุนจากจีนและอเมริกาแก่เขมรแดงขับไล่อิทธิพลเฮงสัมรินจากเขมร และในลาว หลังจากนั้นไทยออกนโยบาย 66/23 ให้คนหลงผิดออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติเลิกการเข่นฆ่าระหว่างคนไทย เอาชนะลัทธิคอมลงไปได้ เหตุการณ์ ดังกล่าวคาดว่า CIA มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ด้วย ผมจึงมองว่าไม่ใช่สงครามล้มล้างเผด็จการ แต่มีการฉกฉวยสถานการณ์สร้างประโยชน์ตามแผนการมากกว่า ตามความคิดของผม ?
วัตถุประสงค์ทางทหารต้องตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการเมือง ?
การชนะสงครามอาจไม่ทำใหบรรลุวัตถุประสงค์ได้ แต่บางครั้งการพ่ายแพ้สงครามเล็กๆ อย่างสงครามเวียดนามแต่สามารถสร้างความแตกแยกของขั้วสังคมนิยมระหว่างจีนและรัสเซียจนกระทั่งเหลือขั้วเสรีประชาธิปไตยที่มีอเมริกาเป็นหัวขบวน ย่อมสร้างโอกาสในการเป็นมหาอำนาจสูงสุดของโลกได้ไม่ยาก โยการเมืองแทรกแซงทางการทหารด้วยการกำจัด JFK ซึ่งขัดขวางสงครามเวียดนามซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยกภายในขั้วสังคมนิยม โดยการเมือง (ประธานาธิบดีซึ่งขึ้นสู่ตำแหน่งหลัง JFK เสียชีวิต สั่งคงการสนับสนุนการทำสงครามเวียดนาม) แล้วประธานาธิบดีดึงอำนาจในการกำหนดแฟ้มเป้าหมายในการโจมตีต่อเส้นทางลำเลียงที่สำคัญ(โจมตีใส่เป้าหมายไม่สำคัญ) การใช้ทหารไม่ชำนาญการรบฝึกเพียงไม่กี่เดือนไปรบ การตั้งฐานทัพในลักษณะเดียวกันกับค่ายเดียนเบียนฟูของฝรั่งเศสซึ่งเวียดนามสามารถเอาชนะได้ในที่สุด ทำให้อเมริกาสูญเสียกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์มาก แล้วสร้างกระแสต่อต้านสงครามในประเทศอเมริกา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและทำให้จีนและรัสเซียรวมทั้งทั่วโลกหลงเชื่อว่าอเมริกาพ่ายแพ้สงครามเวียดนามจริง ในช่วงแรกจีนและรัสเซียร่วมกันทำสงครามเวียดนามกับอเมริกา จนมีแนวโน้มว่าอเมริกาจะแพ้ เวียดนามกลัวว่าตนจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีน จึงดึงรัสเซียมาคานอำนาจ จนยิ่งสร้างความขัดแย้งระหว่างสองชาติเนื่องจากแบ่งแยกเขตอิทธิพลระหว่างกันแล้วรัสเซียยังมาแย้งจีนอีก ? นี่เป็นอีกมุมมองที่ผู้วิเคราะห์ทั่วไปอาจจะมองข้ามพราะอเมริกาใช้สงครามข้อมูลข่าวสารทำให้เชื่ออย่างที่ต้องการให้เชื่อ ?
แพ้สงครามเล็ก เพื่อชนะสงครามที่ใหญ่กว่า ?
สุมาอี้ 5 พ.ย. 46
คำตอบเสริม 7
แผนการเจ็ดขั้นเพื่อส่งผลให้อเมริกาขึ้นเป็นจ้าวโลก ?
วิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจมาจากปัจจัยภายนอก แต่มีปัจจัยภายในเป็นองค์ประกอบสนับสนุนให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของภูมิภาค (มีการวางแผนมาอย่างดีตามแผนการขั้นที่หกในแผนการทั้งเจ็ดขั้นในการขึ้นเป็นมหาอำนาจขั้วเยวของโลก ซึ่งกระทำโดยอเมริกา)
แผนการเจ็ดขั้นเพื่อส่งผลให้อเมริกาขึ้นเป็นจ้าวโลก ?
ผมขอเลือกวิธีอธิบายแบบพิเศษที่นักวิชาการทั่วไปไม่นิยมใช้ที่เรียกว่า Conspiracy Theory ถึงมันจะมีจุดอ่อนบางประการ โดยไม่มีข้อมูลเชิงหลักฐานยืนยันความถูกต้องได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ผมคิดก็เกิดจากเหตุการณ์จริงในอดีต และมีเหตุและผลจากเหตุการณ์ว่าใครได้ใครเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว การที่ผมตั้งตุ๊กตาคืออเมริกามีวัตถุประสงค์ในการสร้างให้ตนเองเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก โดยพยายามสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรของโลกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางของระบบ และพยายามดำรงรักษาระบบที่เอาเปรียบดังกล่าวให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มของตนเอง การจะทำให้ได้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวสามารถทำได้ทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ข้อมูลต่างๆที่ผมกล่าวมานั้นไม่ได้มาจาก primary source เพราะไม่มีใครมีนอกจากคนวางแผนตัดสินใจในเหตุการณ์นั้นๆแต่เป็น source of information ผมคิดว่าไม่น่ามีใครเคยกล่าวถึงเรื่องนี้มาก่อน แผนการซึ่งแบ่งออกเป็นหลาย Phase เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ หรือ End State ที่อเมริกาเป็นผู้กำหนดขึ้นมีดังนี้ 1.อาศัยสถานการณ์ของสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากประเทศมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคม เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ศูนย์กลางระบบ (ระบบพึ่งพา) 2.สถาปนาแนวกันชนเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกประเทศให้กับ USA ในฝั่งแอตแลนติก(แยกเยอรมันตั้งนาโต้) ฝั่งแปซิฟิก (แบ่งเกาหลี คงกองกำลัง ยุไต้หวันกับจีน) 3.จัดตั้ง UN เพื่อจัดแบ่งขั้วอำนาจในค่ายสังคมนิยมและเสรีนิยม เพื่อให้ประเทศเกิดใหม่ซึ่งหลุดพ้นจากประเทศอาณานิคมมาเกาะระบบพึ่งพาในทั้งสองขั้ว จนกระทั่งก่อให้เกิดสงครามเย็น 4.สร้างฐานที่มั่นเพื่อให้ตนเองสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยสามารถดูดซับเอาทรัพยากรในภูมิภาคละตินอเมริกามาเป็นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความั่นคงทางเศรษฐกิจ 5.แยกสลายความเข้มแข็งของขั้วสังคมนิยมด้วยสงครามเวียดนาม จนรัสเซียแตกสลาย(สิ้นสุดสงครามเย็น) 6.ทำลายโอกาสของคู่แข่งในการขึ้นมาเป็นมหาอำนาจที่มีอำนาจต่อรองทัดเทียมกับอเมริกา โดยดำรงไว้ซึ่งการเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก เพื่อให้สามารถรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบให้คงอยู่เพื่อเอาเปรียบตลอดไป 7.ดึงอำนาจจากประชาชนอเมริกาเพื่อได้อำนาจในกาเข้าไปใช้ข้ออ้างในการใช้กำลังทำสงครามกับผู้ก่อการ้าย วัตถุประสงค์แฝงเล้นคือความอิสระในการแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้าหมายได้อย่างอิสระเสรีไร้การควบคุม หนังสือบางเล่มที่ผมอยากแนะนำให้อ่าน เช่นหนังสือเรื่อง อเมริกาอเมริกาอเมริกา(วิพากษ์นโยบายต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา What Uncle Sam Really Wants) ของ Noam Chomsky ภควดี วีระภาสพงษ์ แปล สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง หนังสือเรื่อง ยุทธการถล่ม เพิร์ลฮาร์เบอร์ โดย นาวาโท ดร.สว่าง เจริญผล อดีตอธิบดีกรมประมง สำนักพิมพ์น้ำฝน www.numfon.net ISBN 974-688-044-6 หนังสือเรื่อง Day of Deceit เขียนโดย Robert B. Stinnett หนังสือเรื่อง ถล่มศูนย์ทุนนิยมโลก โดย ยุคศรีอาริยะ มูลนิธิวิถีทรรศน์ กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ISBN 974-7883-24-4 ผมรวบรวมข้อมูลจากหนังสือซึ่งอ่านมาหลายสิบเล่มแล้วนำมาต่อยอดโดยตั้งสมมุติฐานตามที่ได้กล่าวไปแล้ว การเสนอแนวความคิดของผมในครั้งนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครผิดและถูกต้องทั้งร้อย แต่ผลของการวิเคราะห์จากเหตุการณ์ในอดีตที่มีเหตุและผลจะชี้ให้เห็นถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันและอนาคตได้ใกล้เคียงและแจ่มชัดกว่า การวิเคราะห์แบบอื่นๆ ไม่มีสมมุติฐานที่มีเหตุและผลอย่างเพียงพอ อีกทั้งการบิดเบือนข้อมูลของกลุ่มที่มีอำนาจสามารถกระทำได้ในระดับหนึ่งที่ค่อนข้างมากทีเดียว (CNN) ดังนั้นจึงควรใช้วิจารณ์ญานในการวิเคราะห์ตามและตัดสินใจจะเชื่อตามสมมุติฐานของใครว่ามีความถูกต้องมีเหตุและผลมากกว่ากัน ถ้าวิเคราะห์ตามสมมุติฐานของผม 1.อาศัยสถานการณ์ของสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากประเทศมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคม เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ศูนย์กลางระบบ(ระบบพึ่งพา) ก่อนที่อเมริกาจะเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง ประชาชนของอเมริกาไม่ต้องการเข้าร่วมสงครามดังกล่าว เพียงต้องการค้าขายสินค้าก็รวยพอแล้ว แต่กลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการบริหารที่เรียกตัวเองว่า CFR ได้ทำเอกสารวิจัยเรื่อง Peace and War มีข้อสรุปว่าถ้าอเมริกาเข้าร่วมสงครามจะสามารถเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากประเทศในยุคล่าอาณานิคมในยุโรปมาเป็นอเมริกา ซึ่งจะส่งผลให้อเมริกาสามมารถที่จะว่างยุทธศาสตร์ชาติตนเองในการพลักดันตนเองให้กลายเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก ที่มีอำนาจบริหารทรัพยากรของโลกโดยที่ตนเองพยายามที่จะสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางของระบบดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์คือมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลซึ่งมีแนวทางและวิธีการที่แตกต่างกันในการบริหารเพื่อไปถึง End State ดังกล่าว โดยในขั้นแรกต้องดึงอำนาจจากประชาชนเพื่อผลักดันให้อเมริกาเข้าสู่สงครามด้วยการที่รัฐบาลอเมริกาได้รับสิทธิในการประกาศสงครามจากประชาชนอเมริกัน ผู้นำการบริหารกลุ่ม CFR เลือกใช้ตัวเร่งของเหตุการณ์ดึงอำนาจจากประชาชนในที่นี้ก็คือญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรของตนเองอย่างเพียงพอเพื่อผลักดันให้ตนเองยังคงรักษาสถานะของประเทศมหาอำนาจขั้วหนึ่งเอาไว้ จึงมีความจำเป็นต้องเข้ายึดครองแหล่งทรัพยากรในประเทศอื่นเพื่อสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ของชาติตนเอง โดยเลือกยึดครองจีน และกลุ่มประเทศในเอเชีย อเมริกาได้ยืนเงื่อนไขให้ญี่ปุ่นถอนทัพที่ยึดครองจีนซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ญี่ปุ่นจะตอบสนองต่อเงื่อนไขดังกล่าว เมื่อญี่ปุ่นไม่สนองตอบอเมริกาก็ไม่ส่งยุทธปัจจัยที่สำคัญในที่นี้คือน้ำมันให้กับญี่ปุ่น ยิ่งส่งผลใหญี่ปุ่นยอมไม่ได้ เนื่องจากเงื่อนไขของเวลาที่ญี่ปุ่นมีพลังานน้ำมันสำรองในประเทศที่ใช้ได้เพียงช่วงเวลาอันจำกัด ซึ่งเหตุการณืต่างๆอเมริกาได้ประเมินแล้วว่าญี่ปุ่นต้องไม่ยอมรับ ญี่ปุ่นจึงเหมือนถูกบังคับให้ต้องทำสงครามกับอเมริกา โดยมองว่าพลังอำนาจทางอากาศนาวีของอเมริกาเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของชาติตน ในที่นี้ก็คือเครื่องบินและเรือบรรทุกเครื่องบินที่สามารถเพิ่มระยะทำการบินนั้น ญี่ปุ่นจึงวางแผนเข้าโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินที่อ่าวเพริลฮาเอร์ แต่อเมริกาสามารถล่วงรู้ถึงแผนการดังกล่าวจากเครื่องมือถอดรหัสที่มีชื่อว่าเมจิก แต่ไม่นึกว่าญี่ปุ่นจะโจมตีโดยตอปิโดดัดแปลงโดยนักบินญี่ปุ่นโดยใช้ไม้มาทำให้ไม่จมในปักโคลนในบริเวณอ่าวเพิลร์ฮาร์เบอร์ซึ่งเป็นน้ำตื่นจึงสูญเสียกำลังมากกว่าที่ประเมินความสามารถของกองทัพญี่ปุ่นต่ำเกินไป ทำให้อัตรากำลังทางเรื่ของอเมริกาจาก 10 ต่อ 6 กลายเป็นเท่ากันในช่วงแรกของสงคราม แต่อเมริกาได้ถอนเรือบรรทุกเครื่องบินออกไปก่อนถูกโจมตี การโจมตีดังกล่าวของญี่ปุ่นจึงถือว่าไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของภาระกิจ แต่แตกต่างจากอเมริกาสามารถใช้เหตุการณ์ดังกล่าวดึงอำนาจจากประชาชนของตนเองเพื่อสนับสนุนให้อเมริกาเข้าร่วมสงครามเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ตามแผนการที่กลุ่ม CFR ได้วางเอาไว้ จนกระทั่งในที่สุด ประเทศที่รบกับเพื่อหวังเป็นใหญ่ต่างบอบช้ำจากผลของสงคราม ตาอยู่อย่างอเมริกาจึงสามารถอาศัยสถาการณ์ดังกล่าวผลักดันให้ตนเองมีอำนาจแทนมหาอำนาจกลุ่มเก่า อเมริกาส่งข่าวซึ่งสามารถรู้ได้จากเครื่องมือถอดรหัสที่เรียกว่าเมจิกให้รัสเซียทราบว่า ญี่ปุ่นไม่มีแผนโจมตีรัสเซีย ส่งผลทำให้รัสเซียสามารถทำสงครามกับเยอรมันเพียงด้านเดียวไม่ต้องทำการรบพร้อมกันสองด้าน เยอรมันบุกรัสเซียด้วยความไม่พร้อม เนื่องจากไม่มีเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกลเพื่อทำลายแหล่งผลิตและส่งกำลังบำรุงที่สำคัญของรัสเซีย รัสเซียใช้หลักยุทธศาสตร์เก่าของตนคือใช้ภูมิประเทศที่ลึกและกว้างใหญ่เป็นการรบหน่วงเวลา เพื่อรอธรรมชาติอันโหดร้ายจากอากาศที่หนาวเย็น เยอรมันแทนที่จะทำสงครามเพียงด้านยุโรปก็น่าสจะส่งผลดีแก่ตนเองมากกว่าการ บุกรัสเซียจนต้องพ่ายแพ้ในที่สุด อเมริกาชนะสงครามปริมาณทองคำทรัพย์สินหลังไหลมาสู่ประเทศเกือบ 70%ของทั้งโลก เป็นการยากที่จะรักษาความมั่งคั่งนี้ไว้ อเมริกาจึงได้จัดวางยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างระบบโครงสร้างในการดูดซับทรัพยากรจากประเทศต่างๆทั่วโลกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบ เพื่อส่งผลให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลกที่มีอำนาจในการต่อรองสูงสุด โดยกลุ่ม CFR แยกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มทุนที่ยิวคุม พวกอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มทุนบันเทิง ตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งสนับสนุนพรรคของคลินตั้น ส่วนกลุ่ม Military Complect เป็นพวกค้าอาวุธ น้ำมัน ซึ่งสนับสนุนบุช ต่างเปลี่ยนกันขึ้นมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศตามแนวนโยบายของพรรคตนบางช่วงทำสงครามเศรษฐกิจ บางช่วงทำสงครามด้วยอาวุธ แต่สามารถ Robbyist ทาง NSC อย่างยืดหยุ่นตามแนวทางนโยบายของพรรคตนเอง NSC มีหน้าที่เป็นผู้ควบคุมให้การดำเนินนโยบายนั้นสนับสนุนวัตถุประสงค์ของชาติ(ยุทธศาสตร์ชาติ) คือรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ศูนย์กลางของระบบอย่างเอาเปรียบ และส่งเสริมให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลกมีอำนาจในการต่อรองสูงสุดจนประเทศอื่นไม่สามารถมาเจรจาต่อรองได้ 2.สถาปนาแนวกันชนเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกประเทศให้กับ USA ในฝั่งแอตแลนติก(แยกเยอรมันตั้งนาโต้) ฝั่งแปซิฟิก (แบ่งเกาหลี คงกองกำลัง ยุไต้หวันกับจีน) สร้างแนวป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตน โดยอเมริกามองว่าตนเองต้องสามารถทำสงครามในสองยุทธบริเวณพร้อมกันและต้องได้รับชัยชนะ อเมริกาเป็นทวีปที่ใหญ่มีลักษณะคล้ายเกาะ ภัยคุกคามจึงน่าจะมาจากฝั่งมหาสมุทธแอตแลนติกกับแปซิฟิก จึงต้องทำให้ยุโรปต้องแตกแยกก่อนโดยใช้การแบ่งประเทศเยอรมันเป็นเครื่องมือพร้อมกับจัดตั้งกองกำลังนาโต้ เพื่อคานอำนาจกับประเทศรัสเซียซึ่งถูกจัดให้เป็นผู้นำของค่ายสังคมนิยม ในด้านแปซิฟิกแนวป้องกันเดิมของอเมริกาบริเวณหมู่เกาะมาริเชียนก็ถูกย้ายมาอยู่ที่เกาหลีโดยการทำสงครามเกาหลีเพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งแยกเกาหลีเป็นสองแล้วคงกำลังไว้ในเกาหลี วัตถุประสงค์ทางทหารต้องสนับสนุนวัตถุประสงค์ทางการเมือง ฝ่ายทหาร นายพล แมคอาเธอร์ต้องการชนะสงคราม แต่การเมืองก็แทรกแซงการทำสงครามทางยุทธศาสตร์โดยไม่ยอมสนับสนุนทรัพยากรให้กับฝ่ายทหารจนการเมืองสามารถบรรลุวัตถุประสงค์คือสถาปณาความมั่นคงให้อเมริกาโดยเลื่อนแนวป้องกันทางด้านแปซิฟิกจากบริเวณหมู่เกาะมาริเชียน มาเป็นบริเวณเอเชียตะวันออก จากนั้นก็พยายาม สร้างความแตกแยกในเอเชียตะวันออก สร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับไต้หวัน 3.จัดตั้ง UN เพื่อจัดแบ่งขั้วอำนาจในค่ายสังคมนิยมและเสรีนิยม เพื่อให้ประเทศเกิดใหม่ซึ่งหลุดพ้นจากประเทศอาณานิคมมาเกาะระบบพึ่งพาในทั้งสองขั้ว จนกระทั่งก่อให้เกิดสงครามเย็นขึ้น อเมริกาเมื่อเป็นผู้ชนะสงครามก็ร่วมมือกับอังกฤษในทางลับร่วนมือกันจัดตั้ง UN โดยดึงเอาชาติพันธมิตรห้าชาติคือ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส (ขั้วเสรีประชาธิปไตย) จีน รัสเซีย (ขั้วสังคมนิยม) โดยอเมริกาได้วางแผนที่จะปลดปล่อยชาติในยุคล่าอาณานิคมให้เป็นอิสระ เพื่อให้ชาติเกิดใหม่เข้ามาจับขั้วอำนาจที่ได้เตรียมจัดแบ่งไว้สองขั้ว ที่ต่างก็พยายามสร้างระบบพึ่งพาในขั้วของตน จนกระทั่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจทั้งสองในรูปแบบของสงครามเย็น 4.สร้างฐานที่มั่นเพื่อให้ตนเองสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยสามารถดูดซับเอาทรัพยากรในภูมิภาคละตินอเมริกามาเป็นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความั่นคงทางเศรษฐกิจ แผนต่อไปอเมริกาต้องพยายามสร้างฐานในการดูดซับทรัพยากรเพื่อส่งผลให้ประเทศตนเองสามารถอยู่ได้อย่างสุขสบาย โดยตนเองจ่ายทรัพยากรแต่น้อยเพื่อแลกกับทรัพยาของกลุ่มประเทศในละตินอเม

