: การรับสมัครและรับรายงานตัว นศท. ประจำปี ๒๕๕๒

กำหนดการรับสมัครและรายงานตัวนักศึกษาวิชาทหาร
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๒
------------------------

๑. กำหนดการรับสมัครและรายงานตัว
 ๑.๑  พื้นที่ จว.สมุทรสาคร   (ส.๑)          ใน  ๒๒ พ.ค.๕๒  
 ๑.๒  พื้นที่ จว.นครปฐม    (กส.ทบ.)        ใน  ๒๓ - ๒๔ พ.ค.๕๒  
 ๑.๓  พื้นที่  กรุงเทพ ฯ , จว.สมุทรปราการ , จว.ปทุมธานี , จว.นนทบุรี (ศสร.)
       ๑.๓.๑  รายงานตัว นศท. ชั้นปีที่ ๑ (เก่า) - ชั้นปีที่ ๕ 
             - ตั้งแต่  ๒๖ พ.ค. - ๑๐ มิ.ย.๕๒
       ๑.๓.๒  รับสมัครคัดเลือกเข้าเป็น นศท.ชั้นปีที่ ๑ (ชาย) 
             - ตั้งแต่ ๒๖ พ.ค. - ๑๓ มิ.ย.๕๒
       ๑.๓.๓  รับสมัครคัดเลือกเข้าเป็น นศท.ชั้นปีที่ ๑ (หญิง) 
             - ใน ๑๔ มิ.ย.๕๒
       ๑.๓.๔  รายงานตัวชั้นปีที่ ๔ และ ชั้นปีที่ ๕ (เพี่มเติม)
             - ตั้งแต่  ๑๕ – ๑๖ มิ.ย.๕๒
       ๑.๓.๕ รายงานตัว นศท.ชั้นปีที่ ๑ (สำรอง/ชาย) และ นศท.ชั้นปีที่ ๑ (หญิง)
             - ตั้งแต่ ๑๙ – ๒๑ มิ.ย.๕๒
๒. ประกาศผลคัดเลือกเข้าเป็น นศท. ชั้นปีที่ ๑ (สำรอง/ชาย) และ ชั้นปีที่ ๑ (หญิง) 
    ๒.๑ ประกาศ ณ กอ.รับสมัครและรายงานตัว ฯ  ศูนย์การกำลังสำรอง  ใน ๑๗ มิ.ย.๕๒ เวลา๑๓๐๐  เป็นต้นไป 
    ๒.๒ สถานศึกษารับบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็น นศท.ชั้นปีที่ ๑ (สำรอง/ชาย) และชั้นปีที่ ๑ (หญิง) ที่ประกาศรายชื่อแล้ว และนำนักศึกษามารายงานตัว ณ กอ.รับสมัครและรายงานตัว โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การกำลังสำรอง เขตดินแดง กรุงเทพฯ  ตามวันและเวลาที่กำหนดให้แก่สถานศึกษา  ตั้งแต่ ๑๙ - ๒๑ มิ.ย.๕๒ เวลา ๐๘๐๐ – ๑๗๐๐ เพื่อชำระเงินค่าบำรุง และทำบัตรประจำตัว นศท. และ รับคู่มือ นศท. หากไม่มาตามกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ 
    ๒.๓ การขอเปลี่ยนแปลงกำหนดวันรายงานตัว สถานศึกษาวิชาทหาร ต้องได้รับอนุมัติจากกองอำนวยการรับสมัครและรับรายงานตัว นศท. ก่อนเท่านั้น
๓. เวลาดำเนินการ
    ๓.๑ เข้าที่รวมพลพร้อมเวลา ๐๗๓๐ (รอบเช้า) และ ๑๒๓๐ (รอบบ่าย) เพื่อรับฟังคำชี้แจงและเตรียมเอกสาร
    ๓.๒ เริ่มรับสมัครและรายงานตัว ๐๘๐๐ (รอบเช้า) และ ๑๓๐๐ (รอบบ่าย) จนเสร็จสิ้นแต่ละวัน

คุณลักษณะและคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหาร  ชั้นปีที่ ๑
๑. คุณลักษณะ
          ๑.๑  เป็นชายหรือหญิง  มีสัญชาติไทย
          ๑.๒ มีอายุไม่เกิน ๒๒ ปีบริบูรณ์ นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร สำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับคำยินยอมของ บิดา มารดาหรือผู้ปกครอง (ไม่รับผู้ที่เกิดปี พ.ศ.๒๕๓๑)
          ๑.๓ ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการได้ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
          ๑.๔ มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ชาย ๒๐ - ๒๕ กก./ ม๒ และ หญิง ๑๙ - ๒๔กก. / ม๒) และต้องไม่เกิน ๓๐ กก./ ม๒ (ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กก.) /  ส่วนสูง  (ม๒)  )
          ๑.๕ มีขนาดรอบตัว น้ำหนัก และความสูงตามส่วนสัมพันธ์ ดังนี้

          ๑.๖  มีความประพฤติเรียบร้อย
          ๑.๗ ไม่เป็นทหารประจำการ กองประจำการ หรือถูกกำหนดตัวเข้ากองประจำการแล้ว

๒. คุณสมบัติ
          ๒.๑ กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่ ได้รับอนุมัติจาก นสร. ให้เปิดเป็นสถานศึกษาวิชาทหาร
          ๒.๒ สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีผลการศึกษา ตั้งแต่๑.๐ ขึ้นไป
         ๒.๓ กรณีผู้สมัครมีผลการศึกษาเฉลี่ย ๒ เทอม ต่ำกว่า ๑.๐ แต่ขอใช้สิทธิลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ผู้สมัครต้องสอบวิชาพิเศษไม่น้อยกว่า ๘ วิชา จะต้องมีหนังสืออนุมัติผลสอบจาก คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารลูกเสือจังหวัด อำเภอ อย่างใดอย่างหนึ่ง ประกอบการพิจารณา



๓. เงื่อนไขบังคับต้องปฏิบัติตามระเบียบ หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง ดังต่อไปนี้.-
          ๓.๑ ต้องสมัครและรายงานตัวเข้ารับการฝึกวิชาทหาร
          ๓.๒ ต้องชำระเงินบำรุงเพื่อส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
          ๓.๓ ต้องไว้ผมสั้น ตามที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง กำหนด
          ๓.๔ ต้องแต่งกายตามระเบียบที่กำหนด
          ๓.๕ ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง โดยเคร่งครัด         
          ๓.๖ ผู้สมัครเป็น นศท.ชั้นปีที่ ๑ (ชาย/หญิง) ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์ที่กำหนด ดังนี้

         ๓.๗ ในกรณีที่มีผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบร่างกายมีจำนวนไม่ถึงยอดรับสมัครที่กำหนดจะพิจารณาจากผู้ที่มีผลคะแนนการทดสอบร่างกายสูงสุดไล่ลำดับลงมาจนครบจำนวนที่กำหนด
          ๓.๘ ในกรณีที่มีผู้ผ่านการทดสอบร่างกายตามเกณฑ์ที่กำหนดเกินกว่าจำนวนยอดรับสมัครที่กำหนด จะพิจารณาจากผลการศึกษาของผู้ที่มีผลการศึกษาสูงกว่าเข้ารับการศึกษาก่อน จนครบจำนวนที่กำหนด
๔. หลักฐานการสมัครเข้าเป็น นศท.ชั้นปีที่ ๑
          ๔.๑  ใบสมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหาร รด.๑ (ทบ.๓๔๙ - ๐๐๑)  ติดรูปถ่าย ๓ x ๔ ซม. รับจากสถานศึกษาของตน กรอกข้อความด้วยตัวบรรจง ถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน โดยมีหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้รับมอบอำนาจ เป็นผู้ลงนามรับรองความประพฤติ และรับรองการปกครอง นศท.ให้อยู่ในระเบียบวินัยอันดี  และ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบ ลงนามให้คำยินยอม ผู้อื่นจะลงนามแทนมิได้
          ๔.๒ หนังสือเงื่อนไขประกอบการสมัครเป็น นศท. และหนังสือให้คำยินยอมของ บิดา มารดาหรือผู้ปกครองผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องเป็นบุคคลเดียวกับผู้ที่ลงนามในใบสมัคร (ด้านหลังใบสมัคร)
          ๔.๓ หลักฐานการศึกษา ปพ.๑ ผู้สมัครต้องถ่ายสำเนาจากต้นฉบับจริงของสถานศึกษาที่ตนเองได้ใช้เป็นหลักฐานการสมัครเข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ หรือ ปวช.ปี ๑ ลงนามรับรองสำเนาและรับรองคะแนนเฉลี่ย โดยหัวหน้าสถานศึกษาหรือฝ่ายทะเบียน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษาปัจจุบัน จึงจะถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง
          ๔.๔ ใบรับรองการตรวจร่างกาย  ออกโดยแพทย์ปริญญาผู้จดทะเบียนประกอบโรคศิลป์แผนปัจจุบัน ชั้น ๑ สาขาเวชกรรม จากโรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนที่รัฐบาลรับรอง หรือหน่วยตรวจโรคทหาร ตั้งแต่ระดับ กรม ขึ้นไป หรือสถานพยาบาลเอกชน (คลินิก) ตามที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง กำหนด (๑๐ โรค)
          ๔.๕ สำเนาทะเบียนบ้านปัจจุบัน  จำนวน  ๑  ฉบับ (ผู้ปกครองลงนามรับรองสำเนา)
          ๔.๖ สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว บิดา มารดา (ถ้ามี)  จำนวน  ๑  ฉบับ
          ๔.๗ หนังสือขอผ่อนผัน ฉบับจริงที่รับรองโดย กองกำลังพล ศูนย์การกำลังสำรอง
๕. หลักฐานการรายงานตัว นศท. ชั้นปีที่ ๑ (เก่า) (รอรับสิทธิ์, ซ้ำชั้น)
          ๕.๑ สถานศึกษาวิชาทหารทำบัญชีแยกจากผู้สมัครใหม่
          ๕.๒ ใช้ใบรายงานตัว รด.๒ (สีขาว) สถานศึกษาเดิม  หรือใช้ใบรายงานตัว รด.๓ (สีเขียว) กรณีโอนย้ายระหว่างสถานศึกษาในส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค
          ๕.๓ หนังสือขอรอรับสิทธิ ฉบับจริงที่รับรองโดย กองกำลังพล ศูนย์การกำลังสำรอง
๖. หลักฐานการรายงานตัว นศท. ชั้นปีที่ ๒ - ชั้นปีที่ ๕
          ๖.๑  ซ้ำชั้น เลื่อนชั้น สถานศึกษาเดิม
                   ๖.๑.๑ ใช้ใบรายงานตัว รด.๒ (สีขาว)
                   ๖.๑.๒ หนังสือขอรอรับสิทธิ ฉบับจริงที่รับรองโดย กองกำลังพล ศูนย์การกำลังสำรอง
                   ๖.๑.๓ สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙) ถ้ามี
          ๖.๒ ซ้ำชั้น เลื่อนชั้น โอนย้ายสถานศึกษา
                   ๖.๒.๑  ใช้ใบรายงานตัว รด.๓ (สีเขียว)
                   ๖.๒.๒ หนังสือรับรองการฝึก ออกโดย ศูนย์การกำลังสำรอง หรือ ศูนย์การฝึก/หน่วยฝึกส่วนภูมิภาคเดิม
                   ๖.๒.๓ หนังสือขอรอรับสิทธิ ฉบับจริงที่รับรองโดย กองกำลังพล ศูนย์การกำลังสำรอง
                   ๖.๒.๔ สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙) ถ้ามี
           ๖.๓ ซ้ำชั้น เลื่อนชั้น ไม่สังกัดสถานศึกษา (นศท.ชั้นปีที่ ๔ และ ชั้นปีที่ ๕)
                   ๖.๓.๑  ใช้ใบรายงานตัว รด.๒ (สีเขียว)
                   ๖.๓.๒ หลักฐานการสำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าขึ้นไป
                   ๖.๓.๓  หลักฐานการสำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ ๓ หรือ ชั้นปีที่ ๔

ติดประกาศ Thursday 21 May 09@ SE Asia Standard Time โดย wanpen

 
    ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ประชาสัมพันธ์การฝึกวิชาทหาร
· เสนอข่าวโดย wanpen


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ประชาสัมพันธ์การฝึกวิชาทหาร:
การรับสมัครและรับรายงานตัว นศท. ประจำปี ๒๕๕๒


    คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 4.03
จำนวนผู้ลงคะแนน: 33


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:








    ส่วนเพิ่ม

  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์


หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง



ติดต่อผู้จัดทำ Click!!! โทรศัพท์ ๐-๒๒๗๖-๒๑๔๔ หรือ โทรศัพท์ ทบ. ๙๐๖๖๒

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.15 วินาที