โรงเรียนการกำลังสำรอง

แสดงเมนูทั้งหมด | ซ่อนเมนู






 หน่วยงานทางทหาร











 เรื่องที่น่าสนใจ

สายงานสัสดี

  ประวัติกรมพระสุรัสวดี
  กฏหมายการเกณฑ์ทหาร
  ถาม-ตอบ การตรวจเลือกทหารฯ
  คำสั่ง ทบ.ที่ ๒๙/๑๗
  คำสั่ง ทบ.ที่ ๑๑๗๓/๒๘
  พ.ร.บ.รับราชการทหาร ๒๔๙๗
  พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการ กห.๒๕๕๑
  ตำราสายงานสัสดี      

 สายงานอาสารักษาดินแดน

  ประวัติความเป็นมา
  เรื่องเกี่ยวกับกิจการ อส.
  ผู้บังคับบัญชา อส.
  การบังคับบัญชาและการจัดหน่วย
  ยศ และเครื่องแบบ อส.
  เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ
  พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน ๒๔๙๗
  พ.ร.บ.ยศและเครื่องแบบ อส. ๒๔๙๗
  พ.ร.บ.วินัย อส. ๒๕๐๙

สายงานกำลังพลสำรอง

  ระเบียบว่าด้วยบัตรประตัวกำลังพลสำรอง
  การเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ๓๐ วัน
  การปฏิบัติในการเลื่อนยศและปรับยศ
  หลักเกณฑ์การเลื่อนยศ-ฐานะฯ
  การตรวจสอบสภาพกองหนุน
  การจัดทำบัญชีบรรจุกำลัง
  แนวทางการเลื่อนยศกำลังพลสำรอง
  แนวทางการเลื่อนยศกำลังพลสำรองอย่างบูรณาการ
 
 ห้องแสดงภาพ



 ค้นหา


 ฟังเพลงออนไลน์
ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยบัตรประตัวกำลังพลสำรอง

 

ระเบียบกองทัพบก
ว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง
พ.ศ.๒๕๔๗
-----------------------------



   เพื่อให้การดำเนินการเรื่องบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรองประเภทต่าง ๆ ของกองทัพบก เป็นไปด้วยความถูกต้อง เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาระบบกำลังสำรอง จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

   ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง พ.ศ.๒๕๔๗”
   ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
   ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
      ๓.๑ ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง พ.ศ.๒๕๓๓
      ๓.๒ ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๔
   ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
         ๔.๑ กำลังพลสำรอง หมายถึง นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน , นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ, นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง, นายทหารประทวนกองหนุน , ทหารกองหนุน ประเภทที่ ๑, ทหารกองหนุน ประเภทที่ ๒ และทหารกองเกิน
            ๔.๑.๑ นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งไม่มีตำแหน่งราชการประจำในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมสั่งให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรประเภทนี้
            ๔.๑.๒ นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งไม่มีตำแหน่งราชการประจำในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมสั่งให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรประเภทนี้ โดยมีอายุพ้นเกณฑ์เป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน
            ๔.๑.๓ นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งไม่มีตำแหน่งราชการประจำในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมสั่งให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรประเภทนี้ (โอนไปรับราชการในกระทรวงอื่น)
            ๔.๑.๔ นายทหารประทวนกองหนุน หมายถึง นายทหารประทวนซึ่งไม่มีตำแหน่งประจำในกระทรวงกลาโหม และกองทัพบกสั่งให้เป็นนายทหารประทวนกองหนุน ประกอบด้วย
            ๔.๑.๔.๑ นายทหารประทวนที่ปลดออกจากประจำการ
            ๔.๑.๔.๒ ผู้ซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ถูกนำตัวขึ้นทะเบียนกองประจำการ และนำปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งยศให้เป็นนายทหารประทวนกองหนุน
            ๔.๑.๕ ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หมายถึง ทหารที่ปลดจากกองประจำการ โดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุน โดยอยู่ในชั้นกองหนุนต่าง ๆ ดังนี้.-
                        - กองหนุนชั้นที่ ๑ ๗ ปี
                        - กองหนุนชั้นที่ ๒ ๑๐ ปี
                        - กองหนุนชั้นที่ ๓ ๖ ปี
      ๔.๒ ตพ.๒ หมายถึง บัญชีนายทหารประทวนกองหนุน บัญชี ส.ต. หรือ จ.ต. (กองประจำการ) กองหนุน และพลทหารกองหนุน บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว หรือบัญชีทหารกองหนุนประเภทที่ ๒
      ๔.๓ ตพ.๓ หมายถึง บัญชีนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ หรือบัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง
      ๔.๔ บัญชีบรรจุกำลัง (ตพ.๕) หมายถึง บัญชีแสดงรายชื่อกำลังประจำการ กำลังพลประจำการเสริม และกำลังพลสำรอง ซึ่งบรรจุไว้ตามตำแหน่งหน้าที่ตามอัตราการจัดของหน่วย
   ข้อ ๕ กำลังพลสำรองที่มีสิทธิมีบัตรประจำตัวกำลังพลสำรอง ประกอบด้วย
         ๕.๑กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ
         ๕.๒ กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร
         ๕.๓ กำลังพลสำรองที่บรรจุอยู่ในบัญชีเตรียมพล (ตพ.๒, ตพ.๓ และ ตพ.๕) ที่ร้องขอ
   ข้อ ๖ บัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง ทำด้วยแผ่นกระดาษแข็งสีเขียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาด ๖ x ๙.๕ เซนติเมตร มุมทั้งสี่มนเล็กน้อยพองาม

สำหรับรายการในบัตรประจำตัว ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้


   ข้อ ๗ รูปถ่ายสำหรับติดบัตรประจำตัว ให้ใช้รูปถ่ายสี มีขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร ครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก และแต่งเครื่องแบบปกติหรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียว คอพับ เว้นผ้าผูกคอ หรือเครื่องแบบฝึก โดยใช้สีพื้นหลังรูปถ่ายดังนี้
         ๗.๑ พื้นสีเลือดหมูสำหรับนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน
         ๗.๒ พื้นสีเหลืองสำหรับนายทหารประทวนกองหนุน
         ๗.๓ พื้นสีฟ้าสำหรับสิบตรี (กองประจำการ) กองหนุนหรือพลทหารกองหนุน
   ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว
         ๘.๑ บัตรประจำตัวนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ให้ผู้บังคับหน่วยรับการบรรจุกำลังระดับผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าขึ้นไป รองหรือผู้ช่วยผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว
         ๘.๒ บัตรประจำตัวนายทหารประทวนกองหนุน สิบตรีกองประจำการกองหนุน และพลทหารกองหนุน ให้ผู้บังคับหน่วยรับการบรรจุกำลังระดับผู้บังคับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไป รองหรือผู้ช่วยผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว
         ๘.๓ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก รองผู้บัญชาการ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก รองผู้บังคับการ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวให้กับกำลังพลสำรองทุกประเภท ที่มีภูมิลำเนาทหาร หรือมีรายชื่อตามบัญชีเตรียมพล (ตพ.๒,๓) สำหรับควบคุมกำลังพลสำรองในพื้นที่
         ๘.๔ ผู้บัญชาการโรงเรียนการกำลังสำรอง รองผู้บัญชาการ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวให้กับกำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรตามแนวทางรับราชการทหารของกำลังพลสำรอง ณ โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง
   ข้อ ๙ การขอมีบัตรประจำตัว ให้ผู้ขอยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวต่อผู้ที่มีอำนาจ ตามข้อ ๘.๑ – ๘.๔ พร้อมด้วยบัตรประจำตัว ๑ ฉบับ และเอกสารประกอบดังนี้
         ๙.๑ คำขอมีบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรองของผู้ขอมีบัตร
         ๙.๒ บัตรประจำตัวติดรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรประจำตัว ๑ ฉบับ
         ๙.๓ สำเนาบัตรประจำตัวติดรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรประจำตัว ๑ ฉบับ
         ๙.๔ บัญชีรายชื่อผู้ถือบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง ๑ ชุด
   ข้อ ๑๐ บัตรประจำตัวตามระเบียบนี้ ให้ใช้ได้ ๕ ปี นับตั้งแต่วันออกบัตรประจำตัว เว้นแต่ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ถือบัตรประจำตัวขอมีบัตรประจำตัวใหม่ได้ก่อนครบ ๕ ปี โดยรายงานขอรับบัตรประจำตัวใหม่ภายใน ๓๐ วัน
         ๑๐.๑ ได้เลื่อนยศทหารหรือได้รับยศทหาร
         ๑๐.๒ เปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล
         ๑๐.๓ สังกัดของผู้ถือบัตรได้เปลี่ยนแปลงใหม่
         ๑๐.๔ บัตรประจำตัวชำรุดในสาระสำคัญ
   ข้อ ๑๑ ห้ามมีบัตรประจำตัวตามระเบียบนี้เกิน ๑ ฉบับ ในขณะเดียวกัน
   ข้อ ๑๒ ผู้ถือบัตรประจำตัว เมื่อได้รับบัตรประจำตัวใหม่แล้วต้องคืนบัตรประจำตัวฉบับเก่า
   ข้อ ๑๓ เมื่อบัตรประจำตัวสูญหายด้วยประการใด ๆ ผู้ถือบัตรต้องรายงานผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวทราบภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันทราบเหตุ เพื่อดำเนินการออกบัตรประจำตัวให้ใหม่
   ข้อ ๑๔ ผู้ใดทำบัตรประจำตัวสูญหายต้องเสียค่าบัตรใหม่ ฉบับละ ๕๐ บาท (ห้าสิบบาทถ้วน)
   ข้อ ๑๕ ถ้าผู้ได้รับบัตรประจำตัวตามระเบียบนี้ เมื่อถูกคัดรายชื่อออกจากบัญชีบรรจุกำลังของหน่วย หรือพ้นสภาพการเป็นกำลังพลสำรอง ให้เป็นอันหมดสิทธิที่จะใช้บัตรประจำตัวนั้นต่อไป และให้ส่วนราชการต้นสังกัดเรียกบัตรประจำตัวนั้นคืน เพื่อทำลายเสีย
   ข้อ ๑๖ ให้กรมสารบรรณทหารบก ดำเนินการจัดหาบัตรประจำตัว คำขอมีบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง บัญชีรายชื่อผู้ถือบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง และสำเนาบัตรประจำตัว ให้กับหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพบก ที่เกี่ยวข้องกับกำลังพลสำรอง ตามข้อ ๔ โดยให้หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เป็นผู้เสนอความต้องการและแจกจ่าย
   ข้อ ๑๗ บัตรประจำตัวกำลังพลสำรองที่ได้ออกก่อนระเบียบนี้ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่บัตรนั้นหมดอายุ เว้นแต่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะต้องขอรับบัตรประจำตัวใหม่ ตามความในข้อ ๑๐
   ข้อ ๑๘ ให้ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบ รวมทั้งการแก้ไขและกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น โดยไม่ขัดกับระเบียบนี้

                                                                                                      ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
                                                                                                                     (ลงชื่อ) พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
                                                                                                                                 (ชัยสิทธิ์ ชินวัตร)
                                                                                                                              ผู้บัญชาการทหารบก