| ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยบัตรประตัวกำลังพลสำรอง
ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง พ.ศ.๒๕๔๗ -----------------------------
เพื่อให้การดำเนินการเรื่องบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรองประเภทต่าง ๆ ของกองทัพบก เป็นไปด้วยความถูกต้อง เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาระบบกำลังสำรอง จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง พ.ศ.๒๕๔๗” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิก ๓.๑ ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง พ.ศ.๒๕๓๓ ๓.๒ ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๔ ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ ๔.๑ กำลังพลสำรอง หมายถึง นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน , นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ, นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง, นายทหารประทวนกองหนุน , ทหารกองหนุน ประเภทที่ ๑, ทหารกองหนุน ประเภทที่ ๒ และทหารกองเกิน ๔.๑.๑ นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งไม่มีตำแหน่งราชการประจำในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมสั่งให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรประเภทนี้ ๔.๑.๒ นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งไม่มีตำแหน่งราชการประจำในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมสั่งให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรประเภทนี้ โดยมีอายุพ้นเกณฑ์เป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ๔.๑.๓ นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งไม่มีตำแหน่งราชการประจำในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงกลาโหมสั่งให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรประเภทนี้ (โอนไปรับราชการในกระทรวงอื่น) ๔.๑.๔ นายทหารประทวนกองหนุน หมายถึง นายทหารประทวนซึ่งไม่มีตำแหน่งประจำในกระทรวงกลาโหม และกองทัพบกสั่งให้เป็นนายทหารประทวนกองหนุน ประกอบด้วย ๔.๑.๔.๑ นายทหารประทวนที่ปลดออกจากประจำการ ๔.๑.๔.๒ ผู้ซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ถูกนำตัวขึ้นทะเบียนกองประจำการ และนำปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งยศให้เป็นนายทหารประทวนกองหนุน ๔.๑.๕ ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หมายถึง ทหารที่ปลดจากกองประจำการ โดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุน โดยอยู่ในชั้นกองหนุนต่าง ๆ ดังนี้.- - กองหนุนชั้นที่ ๑ ๗ ปี - กองหนุนชั้นที่ ๒ ๑๐ ปี - กองหนุนชั้นที่ ๓ ๖ ปี ๔.๒ ตพ.๒ หมายถึง บัญชีนายทหารประทวนกองหนุน บัญชี ส.ต. หรือ จ.ต. (กองประจำการ) กองหนุน และพลทหารกองหนุน บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว หรือบัญชีทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ๔.๓ ตพ.๓ หมายถึง บัญชีนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ หรือบัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง ๔.๔ บัญชีบรรจุกำลัง (ตพ.๕) หมายถึง บัญชีแสดงรายชื่อกำลังประจำการ กำลังพลประจำการเสริม และกำลังพลสำรอง ซึ่งบรรจุไว้ตามตำแหน่งหน้าที่ตามอัตราการจัดของหน่วย ข้อ ๕ กำลังพลสำรองที่มีสิทธิมีบัตรประจำตัวกำลังพลสำรอง ประกอบด้วย ๕.๑กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ ๕.๒ กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ๕.๓ กำลังพลสำรองที่บรรจุอยู่ในบัญชีเตรียมพล (ตพ.๒, ตพ.๓ และ ตพ.๕) ที่ร้องขอ ข้อ ๖ บัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง ทำด้วยแผ่นกระดาษแข็งสีเขียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาด ๖ x ๙.๕ เซนติเมตร มุมทั้งสี่มนเล็กน้อยพองาม
สำหรับรายการในบัตรประจำตัว ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
ข้อ ๗ รูปถ่ายสำหรับติดบัตรประจำตัว ให้ใช้รูปถ่ายสี มีขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร ครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก และแต่งเครื่องแบบปกติหรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียว คอพับ เว้นผ้าผูกคอ หรือเครื่องแบบฝึก โดยใช้สีพื้นหลังรูปถ่ายดังนี้ ๗.๑ พื้นสีเลือดหมูสำหรับนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ๗.๒ พื้นสีเหลืองสำหรับนายทหารประทวนกองหนุน ๗.๓ พื้นสีฟ้าสำหรับสิบตรี (กองประจำการ) กองหนุนหรือพลทหารกองหนุน ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว ๘.๑ บัตรประจำตัวนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ให้ผู้บังคับหน่วยรับการบรรจุกำลังระดับผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าขึ้นไป รองหรือผู้ช่วยผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว ๘.๒ บัตรประจำตัวนายทหารประทวนกองหนุน สิบตรีกองประจำการกองหนุน และพลทหารกองหนุน ให้ผู้บังคับหน่วยรับการบรรจุกำลังระดับผู้บังคับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไป รองหรือผู้ช่วยผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว ๘.๓ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก รองผู้บัญชาการ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก รองผู้บังคับการ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวให้กับกำลังพลสำรองทุกประเภท ที่มีภูมิลำเนาทหาร หรือมีรายชื่อตามบัญชีเตรียมพล (ตพ.๒,๓) สำหรับควบคุมกำลังพลสำรองในพื้นที่ ๘.๔ ผู้บัญชาการโรงเรียนการกำลังสำรอง รองผู้บัญชาการ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวให้กับกำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรตามแนวทางรับราชการทหารของกำลังพลสำรอง ณ โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง ข้อ ๙ การขอมีบัตรประจำตัว ให้ผู้ขอยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวต่อผู้ที่มีอำนาจ ตามข้อ ๘.๑ – ๘.๔ พร้อมด้วยบัตรประจำตัว ๑ ฉบับ และเอกสารประกอบดังนี้ ๙.๑ คำขอมีบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรองของผู้ขอมีบัตร ๙.๒ บัตรประจำตัวติดรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรประจำตัว ๑ ฉบับ ๙.๓ สำเนาบัตรประจำตัวติดรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรประจำตัว ๑ ฉบับ ๙.๔ บัญชีรายชื่อผู้ถือบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง ๑ ชุด ข้อ ๑๐ บัตรประจำตัวตามระเบียบนี้ ให้ใช้ได้ ๕ ปี นับตั้งแต่วันออกบัตรประจำตัว เว้นแต่ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ถือบัตรประจำตัวขอมีบัตรประจำตัวใหม่ได้ก่อนครบ ๕ ปี โดยรายงานขอรับบัตรประจำตัวใหม่ภายใน ๓๐ วัน ๑๐.๑ ได้เลื่อนยศทหารหรือได้รับยศทหาร ๑๐.๒ เปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล ๑๐.๓ สังกัดของผู้ถือบัตรได้เปลี่ยนแปลงใหม่ ๑๐.๔ บัตรประจำตัวชำรุดในสาระสำคัญ ข้อ ๑๑ ห้ามมีบัตรประจำตัวตามระเบียบนี้เกิน ๑ ฉบับ ในขณะเดียวกัน ข้อ ๑๒ ผู้ถือบัตรประจำตัว เมื่อได้รับบัตรประจำตัวใหม่แล้วต้องคืนบัตรประจำตัวฉบับเก่า ข้อ ๑๓ เมื่อบัตรประจำตัวสูญหายด้วยประการใด ๆ ผู้ถือบัตรต้องรายงานผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวทราบภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันทราบเหตุ เพื่อดำเนินการออกบัตรประจำตัวให้ใหม่ ข้อ ๑๔ ผู้ใดทำบัตรประจำตัวสูญหายต้องเสียค่าบัตรใหม่ ฉบับละ ๕๐ บาท (ห้าสิบบาทถ้วน) ข้อ ๑๕ ถ้าผู้ได้รับบัตรประจำตัวตามระเบียบนี้ เมื่อถูกคัดรายชื่อออกจากบัญชีบรรจุกำลังของหน่วย หรือพ้นสภาพการเป็นกำลังพลสำรอง ให้เป็นอันหมดสิทธิที่จะใช้บัตรประจำตัวนั้นต่อไป และให้ส่วนราชการต้นสังกัดเรียกบัตรประจำตัวนั้นคืน เพื่อทำลายเสีย ข้อ ๑๖ ให้กรมสารบรรณทหารบก ดำเนินการจัดหาบัตรประจำตัว คำขอมีบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง บัญชีรายชื่อผู้ถือบัตรประจำตัวของกำลังพลสำรอง และสำเนาบัตรประจำตัว ให้กับหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพบก ที่เกี่ยวข้องกับกำลังพลสำรอง ตามข้อ ๔ โดยให้หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เป็นผู้เสนอความต้องการและแจกจ่าย ข้อ ๑๗ บัตรประจำตัวกำลังพลสำรองที่ได้ออกก่อนระเบียบนี้ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่บัตรนั้นหมดอายุ เว้นแต่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะต้องขอรับบัตรประจำตัวใหม่ ตามความในข้อ ๑๐ ข้อ ๑๘ ให้ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบ รวมทั้งการแก้ไขและกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น โดยไม่ขัดกับระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ (ลงชื่อ) พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร (ชัยสิทธิ์ ชินวัตร) ผู้บัญชาการทหารบก
| | | | | |
|